ปวดหัวบ่อยๆ อย่าดูเบา!



คุณเคยมีคำถามเหล่านี้บ้างไหม? 

  • ความดันโลหิตสูง ความดันสูง เป็นกรรมพันธุ์หรือไม่ ?
  • ค่าความดันปกติ ของแต่ละช่วงอายุ อยู่ที่เท่าไร ?
  • โรคความดันโลหิตสูง มีผลเสียอย่างไร ?
  • อาการความดันสูง มีอะไรบ้าง ?
  • ค่าความดัน คงที่เสมอหรือเปลี่ยนแปลงได้ไหม ?
  • ความดันโลหิต ทางแพทย์แผนไทยรักษาอย่างไร ?
  • จะทำอย่างไรให้ ความดันโลหิตปกติ ?
  • จะทำอย่างไรที่จะทำให้มี ระดับความดัน ที่เหมาะสมกับวัย ?
  • ปวดท้ายทอย ความดัน ?
  • เหตุของ โรคความดันโลหิตสูง คืออะไร ?
  • อารมณ์มีผลกับ ความดันเลือด หรือไม่ ? 

หากคุณมีอาการ ปวดหัวบ่อยๆ, มึนหัว, หนักๆในหัว, ปวดหัวข้างเดียว, หน้ามืด, เวียนหัว, เป็นลมหมดสติ, คลื่นไส้ผะอืดผะอม ทรงตัวไม่อยู่   

 

อาการเหล่านี้แพทย์แผนไทยเรียกว่าไว้ เป็นอาการ "ลมตีขึ้นเบื้องสูง" หมายถึง ศีรษะ  บันทึกไว้ในคัมภีร์ชื่อ " สมุฎฐานวินิจฉัย "  

 

สาเหตุ เพราะ ลมร้อน  เกิดจากไอร้อน จากระบบการย่อยที่เคลื่อนตัวสูงขึ้น ไอที่ร้อนน้อยกว่าเข้ามาแทนที่แล้วเคลื่อนขึ้นบน เกิดเป็นลมร้อนตีขึ้นเบื้องสูงหมายศีรษะ อีกนัยยะหนึ่งคือ ไอแห่งความร้อน นั่นเอง

 

เมื่อลมร้อนขึ้นถึงศีรษะก็จะหาทางออก โดยออกได้หลายช่องทางทำให้เกิดอาการมากมายดังนี้

          ๑. ออกหู ทำให้หูอื้อ มีเสียงดังในหู  

               ๒. ออกตา ทำให้ตาร้อนผ่าวๆ ตาแดง เกิดบ่อยจะเป็นต้อลม 

               ๓. ออกคอ  ทำให้คอร้อนผ่าวๆไอแห้งๆ  

          ๔. ออกจมูก ทำให้จมูกแห้ง หายใจร้อนเชื้อโรคและสิ่งสกปรกเข้าได้ง่ายๆ

               ๕. ออกปาก ลิ้นแห้ง ช่องปากแห้ง และเป็นฝ้าขาวบนลิ้น 

         แต่ถ้าไม่ออกหรือออกได้น้อย ก็จะเกิดแรงดันในศีรษะ ทำให้ปวดหัว มึนหัว หนักหัว หน้ามืด ตาลายวิงเวียน คลื่นไส้ผะอืดผะอม 

 ถ้าลมร้อนเทไปด้านใดด้านหนึ่งจะเกิดมีอาการหนักหัวปวดหัวไปข้างใดข้างหนึ่งหรือที่ชอบเรียกกันว่า

ไมเกรน

         ลมจะเกิดมาก ในช่วงมัชฌิมวัย หรือ อายุเข้า ๑๗-๓๒ ปี และ ในช่วงปัจฉิมวัยตอนต้น อายุ ๓๒-๓๗ ปี โดยประมาณ  ด้วยเป็นวัยที่ความร้อนเกิดได้ง่ายมาก 

ในทางแพทย์แผนไทย จะมีเหตุในการเกิดโรคหลายอย่าง เช่น 

  • อายุ
  • อาชีพ
  • อริยาบท
  • การใช้ชีวิต
  • ความกลัดกลุ้ม  
ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดความร้อนขึ้นในร่างกาย และจะทำให้เกิดลมตามมา 

นอกจากนั้นเข้าช่วงหมดประจำเดือน ระบบความร้อนในร่างกายจะเกิดการแปรปรวน และก็ยังมีเหตุที่ทำให้เกิดความร้อนที่มากขึ้นในร่างกายได้อีกเช่น

  • วิตกกังวล
  • อ่อนเพลียเรื้อรัง
  • ความโกรธ
  • ความอิจฉาริษยา
  • ความอยากได้อยากมี
  • ความไม่เคยพอ
  • ความผิดหวัง
  • ความวิตกเครียด
ทุกสิ่งที่เป็นภาวะทางใจทางอารมณ์ด้านทุกข์ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นตัวเร่งให้เกิดลมร้อน และเกิดอาการในที่สุด 

         และเมื่อเกิดก็ต้องรักษาที่เหตุ ไม่ใช่ไปกินยาขยายหลอดเลือดในศีรษะ ไปกินยาลดเครียด ยานอนหลับยาลดไมเกรน ยาแก้ปวดหัว เพราะได้เพียงบรรเทาไม่หายขาดเพราะมันเป็นปลายเหตุทั้งสิ้น  

แพทย์แผนไทยจะหาเหตุที่ทำให้เกิด เพราะเหตุต่างกันแต่มีอาการปลายเหตุเดียวกันการรักษาก็ต่างกันไป

การรักษาอาการโดยพื้นฐาน 

         ซึ่งหมอจะหาเหตุที่ต่างกันเสียก่อน ไม่ใช่ทำตามวิธีนี้ทั้งหมด ขั้นตอนมีดังนี้

        ๑. เอาความร้อนที่มากเกินไปออกจากอวัยวะที่สร้างความร้อนให้กับร่างกาย เช่น ตับ เป็นต้น

        ๒. ดึงความร้อนจากส่วนที่ลมร้อนที่ขึ้นเบื้องสูงไปแล้วให้ลดลง รวมทั้ง ระบายลมร้อนที่อยู่ในหัวใจ ซึ่งมาจากอารมณ์

        ๓. บำรุงตับ และ ดูแลจิตใจ ให้อยู่ในสภาวะปกติ    

การบรรเทาลมตีขึ้นบนซึ่งเป็นสาเหตุของความดันโลหิตสูง ก็โดยใช้ตำรับยาในบัญชียาหลักแห่งชาติ ได้แก่ (โดยคำแนะนำของแพทย์แผนไทย)

       ๑.   ยาเขียวหอม       

       ๒.   ยาหอมเทพจิตร  

       ๓.   ยาหอมนวโกฐ    

องค์ความรู้ของแพทย์แผนไทย จะมีน้ำกระสาย สำหรับใช้แทนยา ซึ่งเป็นตัวยาที่หาง่าย ส่วนใหญ่จะมีรสขม ที่มีฤทธิ์เย็น ทำให้ความร้อนในร่างกายลดลง ส่งผลให้ลมที่มีความแรงดันอวัยวะต่างๆ ลดกำลังลงด้วย ตัวอย่างน้ำกระสายยาเพื่อลดลมขึ้นเบื้องสูง ได้แก่


๑. น้ำกระสายยาที่ลดลมเบื้องสูง มีส่วนประกอบ ดังนี้   

  • ใบบัวบก
  • เกสรบัวหลวง
  • ดอกแค
  • ดอกขจร
  • ใบและดอกขี้เหล็ก
  • บวบเหลี่ยม
  • กานพลู
  • ผักเสี้ยนผี
  • ก้านสะเดา
  • ใบหญ้านาง

วิธีทำ  นำลงต้มห้ามเคี่ยว แล้วกรอง

วิธีทาน   ดื่มครั้งละ ๑ แก้ว ให้เติมน้ำมะนาวจนเปรี้ยวพอควร แล้วใส่เกลือเล็กน้อยให้ดื่มเวลา ๑๐:๐๐, ๑๓:๐๐, ๑๕:๐๐ น. หลังจากอาการหายดีแล้วให้หยุดดื่ม

๒. น้ำกระสายยา ที่ช่วยลดลมร้อนในลำไส้ มีส่วนประกอบดังนี้    

  • ขิง
  • ข่า
  • ตะไคร้
  • กานพลู
  • ลูกจันทน์
  • ดอกจันทน์/ลูกกระวาน

วิธีทำ นำลงต้มห้ามเคี่ยว แล้วกรอง

วิธีทาน  ครั้งละ ๑ แก้ว ใช้ดื่มเวลา ๑๔:๐๐, ๑๖:๐๐, ๑๘:๐๐ น.

สำหรับอาหารให้ทานอาหารรสเย็น(พืชผักผลไม้ตามริมน้ำชายคลอง,พืชฉ่ำน้ำ) ที่มีรสขมมาทำอาหารรสกลมกล่อม ดังนี้

ตัวอย่างผักรสเย็น

  • กระหล่ำดอก 
  • กวางตุ้ง 
  • ผักกาดฮ่องเต้ 
  • ผักกาดขาว 
  • ผักกาดหอม  
  • หยวกกล้วย 
  • ปลีกล้วย 
  • ก้านกล้วย 
  • กล้วยดิบ
  • ข้าวโพด 
  • ดอกขจร 
  • ฝัก/ยอด/ดอกแค 
  • ใบเตย 
  • ผักติ้ว 
  • ใบ/ยอดตำลึง  
  • ถั่วงอก 
  • บัวบก 
  • สายบัว 
  • ผักบุ้ง 
  • บวบ 
  • ผักปลัง 
  • ฟักทองอ่อน 
  • ยอดหรือดอกฟักทอง 
  • ยอดฟักข้าว 
  • ยอดฟักแม้ว 
  • ฟัก 
  • แฟง 
  • แตงต่างๆ 

ตัวอย่างผลไม้รสเย็น

  • กล้วยน้ำว้าห่าม 
  • กล้วยหักมุก 
  • แก้วมังกร  
  • แคนตาลูป  
  • ชมพู่ 
  • เชอรี่ 
  • แตงโม 
  • แตงไทย
  • มังคุด 
  • น้ำมะพร้าว 
  • ลางสาด 
  • สับปะรด 
  • สตรอเบอรี่ 
  • สาลี่ 
  • ส้มโอ 
  • ส้มเช้ง 
  • แอปเปิ้ล

ตัวอย่างผักรสขม

  • มะระ 
  • มะแว้ง 
  • มะระขี้นก 
  • สะเดา 
  • ยอ 
  • ใบขี้เหล็ก

ตัวอย่างผลไม้รสขม

ผลไม้ดิบเกือบทุกชนิด จะฝาด-ขม หรือ ขม-ฝาด เช่น 

  • กล้วยดิบ
  • น้อยหน่าดิบ
  • มังคุคดิบ  
หรือให้ทำน้ำกระสายยาเย็นดับร้อนทานลดอาการลมตีขึ้นบนดังนี้


สูตรน้ำผักเย็น

ส่วนประกอบ   

๑ ฟักเขียวต้มสุก

๒ แตงกวาสด

๓ ใบบัวบกสด

๔ น้ำคั้นใบเตยหอม

๕ น้ำเชื่อม

วิธีทำ นำลงเครื่องปั่นละเอียดเป็นน้ำแล้วกรอง แล้วเติมน้ำคั้นใบเตยหอมและน้ำเชื่อมตามชอบ

สูตรน้ำผลไม้เย็น

ส่วนประกอบ   

๑ น้ำมะพร้าวอ่อน

๒ สัปปะรด

๓ แตงโม

๔ น้ำมะนาว

๕ น้ำเชื่อม

วิธีทำ นำลงเครื่องปั่นละเอียดเป็นน้ำแล้วกรอง แล้วเติมน้ำมะนาวน้ำเชื่อมตามที่ชอบใจ





สามารถสั่งซื้อได้ที่ 

LINE ID : uob072 หรือ LINE ID : @talkmorthai

โดยแตะที่นี่เพื่อเพิ่มเพื่อน line อัตโนมัติ

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

สูตรอาหารเป็นยา ป้องกันปอดอักเสบ ปอดติดเชื้อ